สรุปถึงคุณประโยชน์จากโยเกิร์ต

1.  โยเกิร์ตย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแลคโตสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นมหรือท้องเสียถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ย่อยง่าย  นอกจากนนี้แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนนม เคซีน ซี่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแลคโตสและ โปรตีนเคซีน
2.  เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้  กรดแลคติคจะช่วยต่อต้านจุลชีพที่อาจให้โทษต่อร่างกายเช่น เชื้อซัลโมเนลา (Salmonella typhidie)  อี โคไล ( E. Coli)  โคลินแบคทีเรีย( Corynebacteria diphtheriae)  ทำให้เชื้อเหล่านี้ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ เราควรจะรับประทานโยเกิร์ตอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีกลุ่มแบคทีเรียที่ดีอาศัยอยู่ภายในลำไส้
3.  เป็นแหล่งวิตามิน บี  โดยเฉพาะวิตามิน บี1(ไรโบฟลาวิน)  แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามิน บีและวิตามิน เค ในลำไส้
4.  ช่วยรักษาโรค ท้องเสีย ท้องเดิน และแผลในกระเพาะ   จากการวิจัยพบว่าผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้น หลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต
5.  ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น   กรดแลคติคในโยเกิร์ตช่วยทำให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้นและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมง่ายขึ้น  ถึงแม้ทำมาจากนม แต่โยเกิร์ตให้โปรตีนและแคลเซียมสูงกว่านมธรรมดา เพราะลำไส้ของเราย่อยนมไม่ได้ แต่สำหรับโยเกิร์ตกลับทำได้ เพราะในโยเกิร์ตมีกรดแลกติกที่จะช่วยย่อยแคลเซียมให้เล็กลงทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้
6.  เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในโยเกิร์ตจะมีโปรตีนมากกว่าในนม 20% และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย  ร่างกายสามารถดูดซึมไปใด้ด
7.  ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ   แลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมปริมาณโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้
8.  ช่วยป้องกันมะเร็ง  แลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง  สามารถจับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษ  แลคโตบาซิลัสช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรทได้ (สารในเตรทเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง)  และแลคโตบาซิลัสยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชให้เป็นสารต้านมะเร็งได้ 
9. ทำให้ปากสะอาด กำจัดกลิ่นปากและโรคเหงือก
10.เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย เพราะแบคทีเรียในโยเกิร์ตทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินเคและบีในลำไส้ได้ดีขึ้น

 

การทานโยเกิร์ตที่ได้ผลที่สุดควรทานรสธรรมชาติที่ไม่มีการแต่งกลิ่นรสหรือเพิ่มน้ำตาลลงไป

 

 

 

www.women.sanook.com

           ทุกวันนี้เรานิยมดื่มนมเปรี้ยวกันมากขึ้น นมเปรี้ยว ก็คือ โยเกิร์ต ชนิดหนึ่งที่พร้อมดื่มได้เลย
อันที่จริงก็คือน้ำนมที่ผ่านการเติมเชื้อจุลินทรีย์ เช่นแลคโตบาซิลัส ซึ่งเป็นแบคทีเรียพันธุ์
ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์  ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น  และเป็นตัวทำให้เกิดรสเปรี้ยวในน้ำนม
ถ้าอยากจะทำโยเกิร์ตกินเองภายในบ้าน ไม่ยากเลย มีวิธีทำนั้นง่ายๆ ดังนี้...
         >>: นำนมสดยูเอชที (นมกล่อง)  จะเป็นรสหวาน หรือรสจืดก็ได้ ขนาด 1 ลิตร 
ต้มด้วยไฟปานกลาง จนเดือด แล้วยกลงจากเตา 
วางทิ้งไว้จนนมลดออุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาC
>>: เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป (เลือกชนิดที่ไม่ใส่รสผลไม้) 
แล้วคนให้เข้ากัน
        
>>: จากนั้นเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน แล้วลองชิมดู
ถ้าหากยังไม่เปรี้ยวถูกใจ ก็อาจวางทิ้งไว้อีกสักพักประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้ได้ 
แล้วจึงค่อยนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินจึงใส่ผลไม้หรือแยมผลไม้ หรือธัญพืชที่ชอบลงไป
>>: คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วหม่ำ >>: อร่อย 
โยเกิร์ตที่ทำนี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน
 

* อุปกรณ์ หรือภาชนะที่ใช้ทำต้องล้างให้สะอาด และเช็ดให้แห้งก่อน

ขอบคุณ www. women.sanook.com

การเลือกซื้อโยเกิร์ต ToT

posted on 30 Aug 2009 10:42 by zap-rainza in knowlege

 

การเลือกซื้อโยเกิร์ต ToT 

ควรตระหนักว่าโยเกิร์ตที่มีจำหน่ายกันอยู่มากมายในท้องตลาดนั้น เป็นแค่ทางเลือกในการบริโภค ไม่ใช่อาหารหลัก และถ้าจะให้ดีต้องรู้จักวิธีเลือกซื้อด้วย นิตยสาร “ฉลาดซื้อ” เดือนมีนาคม 2551 ของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แนะนำเคล็ดลับเลือกซื้อโยเกิร์ตให้ได้คุณค่า ไว้ว่า

1. ควรเลือกซื้อโยเกิร์ตที่มีวันผลิตใกล้เคียงกับวันที่ซื้อมากที่สุด หรือให้วันหมดอายุเหลือเวลานานหลายวัน

2. เลือกซื้อรสธรรมชาติดีกว่าชนิดที่มีการปรุงแต่ง จะได้รับคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า

3. ถ้าอยากได้คุณค่าโปรตีนหรือแคลเซียม ควรเลือกดื่มนมสด (รสจืด) ดีกว่า เพราะราคาถูกและคุณค่าทางโภชนาการดีกว่า

4. แม้จะเป็นโยเกิร์ตรสธรรมชาติ แต่ทุกยี่ห้อมีน้ำตาล การอ้างว่าไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย โยเกิร์ต 1 ถ้วยที่นำมาทดสอบให้พลังงานระหว่าง 80-150 กิโลแคลอรี ถ้าอยากลดน้ำหนัก ให้กินอาหารหลักในปริมาณพอดีและงดโยเกิร์ตจะดีกว่า

5. คนที่สุขภาพแข็งแรง และกินอาหารที่ดีมีประโยชน์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องกินโยเกิร์ตก็ได้

6. นมเปรี้ยวชนิดพร้อมดื่ม (UHT) ได้รับความนิยมมากที่สุดเพราะรสชาติอร่อย แต่ไม่แนะนำให้ซื้อ โดยเฉพาะกับเด็กวัยเติบโต เพราะน้ำนมพร่องมันเนย หรือหางน้ำนมมักหมักด้วยจุลินทรีย์แล้วแต่งด้วยสี กลิ่น หรือน้ำผลไม้ เพื่อปรุงแต่งรสชาติ ปริมาณโปรตีนจะลดลงเพราะถูกเจือจางด้วยน้ำ และได้รับน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น เพื่อให้รสหวานถูกลิ้นคนไทย

รู้ข้อมูลแล้วลองพิจารณากันดูว่าโยเกิร์ตแบบไหนเหมาะกับคุณข้อมูลจาก : http://www.horapa.com